
กลิ่นยาและน้ำยาฆ่าเชื้อคละคลุ้งไปทั่วโถงทางเดินของโรงพยาบาล ชายหนุ่มคนหนึ่งต้องใช้ชีวิตกินนอนอยู่บนระเบียงทางเดินหน้าห้องพักฟื้น หลังจากที่แม่ผู้เป็นเสาหลักเพียงคนเดียวของเขาเข้ารับการผ่าตัดเนื้องอก แต่โชคร้ายที่การผ่าตัดไม่ราบรื่นนัก แม่ของเขาไม่ฟื้นขึ้นมาและกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา ท่ามกลางความสิ้นหวังและเสียงเครื่องช่วยหายใจที่ดังเป็นจังหวะ เขาได้สังเกตเห็นคนสองคน เป็นผู้ชายวัยกลางคนและหญิงสูงวัยที่มักจะมานั่งอยู่บริเวณระเบียงเดียวกัน ท่าทางของทั้งคู่ดูมีลับลมคมใน และมักจะถือถุงขนมหวานสีสันสดใสติดตัวไว้เสมอ
ค่ำคืนหนึ่งที่บรรยากาศเงียบสงัด ชายหนุ่มเห็นทั้งสองคนลุกเดินออกไปข้างนอกด้วยท่าทีเร่งรีบ เขาแอบมองตามและพบว่าผู้ชายคนนั้นหยุดเดินแล้วหันมายื่นขนมให้ พร้อมกับบอกว่าไม่ได้ให้กิน แต่ให้เอาไปไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยกัน ชายหนุ่มปฏิเสธไปในทีแรก แต่ความสงสัยก็ทำให้เขาแอบสะกดรอยตามทั้งคู่ไปจนถึงริมรั้วโรงพยาบาล ภาพที่เห็นคือทั้งสองกำลังนำขนมใส่แก้วพลาสติก วางไว้ที่พื้น จุดธูป และพึมพำคาถาบางอย่างในความมืด แม้ในใจจะคิดว่างมงาย แต่เมื่อเห็นว่าแม่ยังคงนอนไม่ได้สติ ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเข้าร่วมพิธีกรรมนั้นด้วยความหวังอันริบหรี่ เขาจุดธูปและอธิษฐานขอให้แม่ฟื้นกลับมา
ราวกับปาฏิหาริย์ ในช่วงเช้ามืดของคืนนั้นเอง แม่ของเขาก็ลืมตาตื่นขึ้นมา ชายหนุ่มดีใจจนน้ำตาไหล เขาเชื่อสนิทใจว่าเป็นเพราะการบวงสรวงที่ริมรั้วโรงพยาบาล เขาจึงรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณชายหญิงคู่นั้นอย่างมาก หลังจากนั้นเขาก็มักจะไปร่วมไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยเสมอ ความสัมพันธ์เริ่มสนิทสนม ชายคนนั้นมักจะแบ่งปันขนมหวานให้เขากินอยู่เป็นประจำ แม้บางครั้งขนมจะมีรสชาติแปลกๆ คล้ายมีเศษทรายหรือฝุ่นปะปนอยู่ แต่ด้วยความเกรงใจและบุญคุณ เขาก็ฝืนกินเข้าไปจนหมดโดยไม่ได้เอะใจอะไรเลย
จนกระทั่งวันหนึ่ง เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ขณะที่ชายหนุ่มกำลังเดินกลับเข้ามาในโรงพยาบาล เขาเห็นเจ้าหน้าที่กำลังทำความสะอาดและกวาดของเซ่นไหว้ที่ริมรั้วทิ้งทั้งหมด ด้วยความตกใจและกลัวสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะพิโรธ เขาจึงอาสาเก็บกวาดเอง โดยนำกระดาษหนังสือพิมพ์แผ่นหนึ่งที่มีข่าวการแต่งตั้งรัฐมนตรีมาห่อเศษขนมและธูปเหล่านั้นทิ้งลงถังขยะไปอย่างมิดชิด ทว่าเย็นวันนั้นเอง อาการของแม่ที่กำลังจะดีขึ้นและเตรียมตัวกลับบ้านกลับทรุดหนักลงอย่างกะทันหันจนช็อกหมดสติไปอีกครั้ง ชายหนุ่มร้อนใจมาก เมื่อตกดึกเขาจึงรีบไปหาชายคนนั้นเพื่อชวนไปทำพิธีไหว้อีกรอบ แต่คราวนี้อีกฝ่ายกลับปฏิเสธเสียงแข็งและมีท่าทีเปลี่ยนไป
ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังนั่งเครียด ชายคนนั้นก็ยื่นห่อขนมมาให้กินเพื่อปลอบใจ แต่เมื่อเขาจ้องมองห่อขนมนั้น หัวใจของเขาก็หล่นวูบ ขนมสาลีและถ้วยฟูในจานถูกแกะออกมาจากกระดาษหนังสือพิมพ์หน้าข่าวการแต่งตั้งรัฐมนตรี… มันคือกระดาษแผ่นเดียวกับที่เขาเพิ่งใช้ห่อของเซ่นไหว้ทิ้งลงถังขยะไปเมื่อตอนบ่าย! ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวตอกหน้าเขาอย่างจัง ขนมที่เขาถูกหลอกให้กินมาตลอด คือของเซ่นไหว้วิญญาณสัมภเวสีที่ถูกนำกลับมาเวียนให้เขากินซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อเขาโวยวาย หญิงชราที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็แสยะยิ้มและหัวเราะเสียงแหลมดังลั่น ฟันสีดำสนิทและแววตาน่าขนลุกทำเอาเขาผงะ ก่อนที่พยาบาลจะวิ่งเข้ามาไล่ให้เขาลงไปสงบสติอารมณ์ข้างล่าง
เมื่อลงมาที่ลานจอดรถ ชายหนุ่มเห็นผู้ชายคนนั้นขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมา อีกฝ่ายจอดรถและตะโกนใส่หน้าเขาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นว่า “ทีแรกกูก็ว่าจะเอามึง แต่กูเปลี่ยนใจแล้ว… กูเอาแม่มึงแทนก็แล้วกัน” สิ้นประโยคนั้น ชายคนนั้นก็บิดมอเตอร์ไซค์หายไปในความมืด และในรุ่งเช้าของวันนั้นเอง แม่ของเขาก็จากไปอย่างไม่มีวันกลับ
ความตายของแม่นำพาความจริงที่ชวนช็อกยิ่งกว่ามาสู่เขา ในขณะที่เขากำลังเก็บข้าวของของแม่ที่เตียงพยาบาล ม่านของเตียงฝั่งตรงข้ามที่เคยปิดทึบมาตลอดก็ถูกเปิดออก เผยให้เห็นหญิงชราคนหนึ่งเพิ่งฟื้นจากอาการโคม่า… เธอคือป้าคนเดียวกับที่ไปทำพิธีและนั่งหัวเราะใส่เขาเมื่อคืน! พยาบาลยืนยันว่าป้าคนนี้นอนเป็นเจ้าหญิงนิทรามาเป็นเวลานานแล้ว เพิ่งจะฟื้นขึ้นมาเมื่อเช้านี้เอง ส่วนผู้ชายคนนั้นก็คือลูกเลี้ยงที่มาเฝ้าไข้เพียงลำพัง ไม่เคยมีหญิงชราคนไหนลุกเดินไปไหนมาไหนด้วย ชายหนุ่มจึงได้ตระหนักถึงความจริงอันโหดร้ายว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาเห็นวิญญาณของป้าคนนั้นมาตลอด พิธีกรรมที่ริมรั้วไม่ใช่การขอพร แต่เป็นการทำคุณไสยเพื่อแลกชีวิต ผู้ชายคนนั้นตั้งใจจะเอาชีวิตของเขาไปแทนแม่เลี้ยงด้วยการให้กินของเซ่นไหว้ แต่เมื่อของถูกเก็บทิ้งและเวลาหมดลง เป้าหมายจึงถูกเปลี่ยนเป็นแม่ของเขาที่กำลังอ่อนแอแทน ชายหนุ่มต้องสูญเสียแม่ไปตลอดกาล แลกกับการฟื้นคืนชีพของหญิงชรา ทิ้งไว้เพียงความแค้นฝังลึกและบทเรียนราคาแพงจากการหลวมตัวเข้าไปยุ่งกับศาสตร์มืดที่ไม่อาจแก้ไขอะไรได้อีกเลยค่ะ

