สวัสดีครับแอดมินและเพื่อนๆ ชาว Ghost MedTua ทุกท่าน… วันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องที่เปลี่ยนชีวิตรุ่นพี่ในวงการแท็กซี่ของผมไปตลอดกาล พี่คนนี้ชื่อ “พี่นัท” ครับ เราขับรถคู่กะกันมานาน พี่นัทรับกะกลางคืน ส่วนผมรับกะเช้า แกเป็นคนนิ่งๆ ไม่เคยกลัวอะไร จนกระทั่งเช้าวันหนึ่งแกหายตัวไป ติดต่อไม่ได้ จนผมต้องบุกไปหาที่บ้าน… ภาพที่เห็นคือพี่นัทยังนิ่งสนิท ตัวสั่นเทา และประกาศกับผมคำเดียวว่า “อาร์ต… พี่เลิกขับรถคันนี้แล้วนะ”

และนี่คือสิ่งที่แกเจอมาในคืนสุดท้ายครับ…
คืนนั้นเวลาประมาณตี 3 กว่าๆ บรรยากาศเงียบสงัดตามสไตล์ชานเมือง พี่นัทกำลังจะตีรถเปล่ากลับเข้าอู่ แต่ระหว่างที่ขับผ่านถนนเส้นเปลี่ยวที่สองข้างทางมีแต่ป่าหญ้าธูปสูงลิ่ว แกก็เหลือบไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนโบกรถอยู่ น้องเขาใส่ชุดกระโปรงสั้น หน้าตาสะสวยแต่ดูซีดเซียว น้องเขาเดินมาเคาะกระจกขอนั่งเบาะหน้า โดยให้เหตุผลว่า “หนูเมารถค่ะพี่ ขอนั่งข้างหน้ารับลมหน่อยนะคะ”
พี่นัทก็ไม่ได้เอะใจอะไร พอรถเริ่มเคลื่อนที่ น้องเขาก็หยิบสมุดบันทึกสีดำเล็กๆ ขึ้นมาจดอะไรบางอย่างตลอดเวลา พี่นัทด้วยความที่เป็นผู้ชาย เห็นผู้หญิงนุ่งสั้นมานั่งข้างๆ ก็แอบมีเหลือบมองบ้างตามประสา จนกระทั่งน้องเขาโพล่งขึ้นมาด้วยเสียงเรียบๆ ว่า “พี่มองอะไรคะ… ทะเบียนรถพี่คือ XXX ใช่ไหม ชื่อพี่คือ… ใช่ไหม” พี่นัทสะดุ้งรีบปฏิเสธพัลวัน จนเกิดการโต้เถียงกันรุนแรงขึ้น น้องเขาเริ่มใช้คำหยาบคาย เปลี่ยนจากสาวเรียบร้อยเป็นดุดันจนน่าตกใจ
จุดเริ่มต้นของฝันร้ายใต้สะพานทางด่วน
จนกระทั่งรถขับลอดเข้าสู่ช่วง “ใต้ทางด่วน” ที่ยาวหลายร้อยเมตร ช่วงนั้นไฟถนนเสียครับ มืดสนิทชนิดที่มองไม่เห็นแม้แต่มือตัวเอง พี่นัทตั้งหน้าตั้งตาขับให้พ้นความมืด แต่พอรถหลุดพ้นเงาสะพานออกสู่แสงไฟสลัวๆ แกหันไปมองเบาะข้างๆ เพื่อจะขอโทษน้องเขาอีกครั้ง… แต่เบาะนั้นว่างเปล่าครับ!
น้องเขาหายไปแล้ว ไม่มีเสียงเปิดประตู ไม่มีร่องรอยการลงจากรถ พี่นัทเหยียบเบรกจนรถปัดหัวทิ่ม หัวใจแทบวาย แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่ารออยู่ครับ… ทันทีที่รถจอดนิ่ง มีเสียงดัง ปัง! ปัง! ปัง! เหมือนใครบางคนเอาตัวกระแทกที่ท้ายรถอย่างบ้าคลั่ง รถทั้งคันสั่นสะเทือนไปหมด พี่นัทรวบรวมความกล้าเปิดประตูลงไปดูที่ท้ายรถ… แต่สิ่งที่แกเจอคือความว่างเปล่า
จนกระทั่งเสียงนั้นเปลี่ยนมาดังที่ “ใต้ท้องรถ” ครับ… เป็นเสียงผู้หญิงตะโกนร้องโหยหวนปนความแค้นว่า “มึงทับกูทำไม! มึงชนกูทำไม! เอาเลือดกูคืนมา!” พี่นัทไม่รอช้าครับ โดดขึ้นรถเหยียบคันเร่งมิดไมล์หนีตายออกมาจนไปเจอหมู่บ้านที่มีป้อมยาม แกวิ่งไปขอความช่วยเหลือจาก “ลุงยาม” คนหนึ่ง ลุงยามปลอบใจแกด้วยท่าทางนิ่งๆ แล้วบอกว่า “มาแอบใต้โต๊ะลุงนี่ ผีตัวนี้ลุงเห็นบ่อย ลุงมีวิธีหนีมัน” พี่นัทกลัวจนมุดไปนอนใต้โต๊ะแล้วสลบไปในที่สุด
ความจริงที่สยดสยอง: เมื่อคนน่ากลัวกว่าผี
เช้ามืดวันรุ่งขึ้น พี่นัทตื่นมาท่ามกลางชาวบ้านที่รุมล้อมป้อมยามร้างแห่งนั้น ตำรวจต้องเข้ามาสอบปากคำ จนความจริงอันน่าสลดใจปรากฏครับ… เมื่อหลายปีก่อน แท็กซี่ทะเบียนนี้ (ซึ่งเป็นคนขับคนเก่า) เคยพยายามจะข่มขืนน้องผู้หญิงคนนี้ แต่น้องหนีลงรถได้ ทว่าคนขับกลับวนรถกลับมาชนน้องจนกระเด็นไปใต้สะพานทางด่วน และขับทับร่างน้องซ้ำๆ จนเสียชีวิตคาที่!
ส่วน “ลุงยาม” ที่พี่นัทเห็น? ความจริงคือลุงคนนั้นคือผู้เห็นเหตุการณ์ในคืนนั้นครับ แต่แทนที่จะช่วย ลุงกลับใช้จังหวะที่น้องกำลังจะสิ้นใจ เข้าไปข่มขืนซ้ำก่อนน้องจะตายสนิท! สุดท้ายลุงยามคนนั้นก็ทนภาพหลอนของน้องไม่ไหว ผูกคอตายคอป้อมยามไปเมื่อหลายปีก่อนแล้วครับ
สิ่งที่ทำให้พี่นัทตัดสินใจลาออกทันที คือคำพูดของเจ๊เจ้าของอู่ที่แกเอารถไปคืน เจ๊ถอนหายใจแล้วพูดว่า “ฉันก็นึกว่าเอ็งจะทนได้นานกว่าคนก่อน… ไอ้คันนี้มันเลือกคนขับจริงๆ”

