ผีป่าม้ง: อาถรรพ์ความตายใต้เงาเสาเรือน

ถ้าพูดถึงเรื่องผีทางฝั่ง สปป.ลาว โดยเฉพาะความเชื่อของพี่น้องชาวม้งเนี่ย บอกเลยว่ามันมีเสน่ห์ที่น่าขนลุกและดิบกว่าบ้านเราเยอะครับ เรื่องนี้มันเริ่มขึ้นเมื่อประมาณ 30 ปีก่อนที่แขวงบริคำไซ บ้านของคุณแม่คุณดาเนี่ยตั้งอยู่แทบจะติดกับป่าช้าเลย เพราะตามวิถีชาวม้งเขาจะฝังคนตายไว้ใกล้ๆ บ้านนั่นแหละ วันนั้นอากาศมันนิ่งจนดูวังเวง ลุงธงที่เป็นพี่ชายคุณแม่พาน้องๆ อีก 3 คนเดินเล่นไปแถวชายป่าหมู่บ้าน จู่ๆ สายตาแกก็ไปสะดุดเข้ากับ “ไข่ไก่” ใบหนึ่งที่วางนิ่งอยู่กลางกอหญ้า

ผีป่าม้ง

ด้วยความที่เป็นเด็ก เห็นไข่วางอยู่ก็คิดว่าไก่ป่ามาไข่ทิ้งไว้ ลุงธงเลยหยิบขึ้นมาแล้วส่งให้ “น้าไม้” น้องสาวอีกคนเป็นคนถือกลับบ้านมากะว่าจะเอามาต้มกิน แต่พอเดินเข้าบ้านมาเท่านั้นแหละ คุณยายเห็นน้าไม้ถือไข่ใบนั้นอยู่ถึงกับหน้าซีดเผือก แกตะโกนด่าลั่นบ้านแล้วสั่งให้เอาไปคืนเดี๋ยวนี้! เพราะนั่นไม่ใช่ไข่ไก่ธรรมดา แต่มันคือ “ผีไข่ไก่” ซึ่งเป็นผีโบราณตามตำนานม้งที่ชอบเอาไข่มาวางล่อเหยื่อ หน้าตามันจะเหมือนเด็กตัวเล็กๆ ตาโบ๋ ผมขาวโพลง และมีดวงตาสีแดงฉาน แม้ลุงธงจะรีบวิ่งเอาไปวางคืนที่เดิม แต่อาถรรพ์มันเริ่มทำงานตั้งแต่น้าไม้สัมผัสไข่ใบนั้นแล้วครับ

คืนนั้นน้าไม้เริ่มมีอาการไข้ขึ้นสูง ปวดหัวตัวร้อนจัดจนเพ้อ พอกลางวันแสกๆ ช่วงที่ผู้ใหญ่ไปทำไร่กันหมด น้าไม้ที่ควรจะนอนซมกลับลุกขึ้นเดินเข้าป่าช้าไปคนเดียวเฉยเลย พอกลับมาเธอก็เล่าด้วยสายตาเลื่อนลอยว่า “มีพี่คนหนึ่งพาไปเล่นที่ป่าช้า ไปนั่งเล่นกับตาเพ็งที่ตายไปแล้ว” ยิ่งฟังก็นยิ่งใจเสียครับ ไม่กี่วันต่อมาน้าไม้ก็เสียชีวิตลงอย่างรวดเร็ว ในคืนที่ตั้งศพความหลอนมันพีคตรงที่คุณแม่กับลุงจูนที่นอนป่วยอยู่ในบ้านพร้อมกัน ได้ยินเสียงฝีเท้าแปลกๆ พอเหลือบไปมองที่ประตูบ้านถึงกับช็อก เพราะเห็นร่างของน้าไม้ที่ตายไปแล้วยืนอยู่ตรงนั้น แกใส่ชุดสีดำทมิฬและที่สยองที่สุดคือแกกำลัง “ขี่เสือ” ตัวใหญ่ยักษ์ยืนยิ้มกว้างจนเห็นเหงือก โดยมีผีเด็กตัวเล็กๆ หน้าขาวซีดซึ่งก็คือผีไข่ไก่นั่นแหละยืนคุมอยู่ข้างๆ ยายต้องรีบเอาพริกแห้งมาเผาจนควันโขมงทั่วบ้านเพื่อไล่วิญญาณ เพราะผีพวกนี้เกลียดกลิ่นพริก

แต่ความซวยมันยังลามไปถึงลุงจูนในอีกไม่กี่ปีต่อมา ตอนนั้นแกอายุได้ 10 ขวบ นึกสนุกชวนเพื่อนไปเล่น “ซ่อนแอบ” ที่โรงเรียนหมู่บ้านข้างๆ ในช่วงเวลาโพล้เพล้ที่แสงตะวันกำลังจะลับขอบฟ้า ซึ่งคนโบราณเขาถือมากว่าห้ามเล่นซ่อนหาตอนเย็นเพราะผีจะเอาตัวไปซ่อน ขณะที่ลุงจูนหลับตานับเลข เพื่อนอีก 2 คนที่ไปหาที่ซ่อนกลับเห็นภาพสยองคือเห็นผู้หญิงผมยาวชุดม้งยืนหันหลังอยู่ พอจะเดินเข้าไปทัก เธอก็บิดคอหันกลับมา 180 องศา เผยให้เห็นใบหน้าที่เน่าเละจนดูไม่ได้ เพื่อนสองคนวิ่งตีนแตกทิ้งลุงจูนไว้คนเดียว

ลุงจูนที่ไม่รู้เรื่องก็เดินหาเพื่อนไปเรื่อยๆ จนไปเห็นมือใครบางคนยื่นออกมาจากพุ่มไม้ แกก็รีบคว้าหมับเข้าที่มือนั้นแล้วตะโกน “จับได้แล้ว!” แต่สัมผัสที่ได้มันไม่ใช่ผิวมนุษย์ครับ มันทั้งเย็นเฉียบและเปียกชื้น พอแง้มพุ่มไม้ดูเท่านั้นแหละ ลุงจูนแทบหยุดหายใจ เพราะร่างที่แกจับมืออยู่คือผู้หญิงที่ตัวบวมอืดเหมือนศพแช่น้ำมาหลายวัน ผิวขาวซีดจนเห็นเส้นเลือด ตาถลึงออกมานอกเบ้าจ้องหน้าแกอยู่ในระยะประชิด แกทิ้งจักรยานแล้ววิ่งหนีตายกลับบ้านทันที แต่เชื่อมั้ยครับ… มันยังตามมาถึงมุ้งที่แกนอน!

กลางดึกคืนนั้นท่ามกลางความเงียบ ลุงจูนได้ยินเสียงประตูบ้านดัง “เอี๊ยด…” แล้วร่างบวมอืดคนเดิมก็ค่อยๆ คลานเข้ามาในบ้าน มันเดินมาหยุดอยู่ที่มุ้งของแก แล้วใช้มือสากๆ ลูบไปตามผ้ามุ้ง เสียง “ซืด… ซืด…” ของเล็บที่ขูดกับมุ้งมันดังใกล้หูขึ้นเรื่อยๆ จนมือนั้นมันมุดลอดใต้พุ้งเข้ามาจะถึงหน้าแก ลุงจูนสติแตกตะโกนลั่นบ้านจนยายต้องเปิดประตูรับเข้าไปนอนด้วย ถึงรอดมาได้หวุดหวิด เรื่องนี้มันตอกย้ำเลยครับว่าความเชื่อของคนเฒ่าคนแก่เรื่องป่าช้าหรือการเล่นซ่อนหาตอนเย็นเนี่ย มันไม่ใช่แค่กุศโลบาย แต่มันมี “บางอย่าง” ที่เฝ้ารอจังหวะคนดวงตกอยู่นั่นเอง

แหล่งที่มา: รายการ “หลอนตามสั่ง” (nuenglc) ช่องยูทูบสายสยองขวัญชื่อดัง

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top