คุณเคยได้ยินเรื่องเล่าประเภทที่ว่า “โรงเรียนนี้เคยเป็นป่าช้า” หรือ “โรงเรียนนี้เคยเป็นโรงพยาบาลเก่า” ไหมครับ? หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องแต่งหลอกเด็ก แต่สำหรับ “คุณบี” มันคือฝันร้ายที่เปลี่ยนชีวิตเด็ก ม.2 คนหนึ่งไปตลอดกาล เพราะโรงเรียนของเธอสร้างทับโรงพยาบาลเก่าจริงๆ และสิ่งที่ถูกฝังอยู่ใต้ดิน มันไม่ได้มีแค่ความทรงจำ แต่มันมี “คำสาป” ที่รอวันปะทุ

วันนั้นเป็นวันธรรมดาที่แดดจ้า แต่ลมพัดเย็นยะเยือกแปลกๆ คุณบีกับเพื่อนๆ วิ่งเล่นกันสนุกสนานไปตามประสา จนกระทั่งวิ่งไปหยุดอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งในมุมอับของโรงเรียน จังหวะที่เท้าของคุณบีเหยียบลงไปบนพื้นดินที่นูนขึ้นมาผิดปกติ… กร๊อบ!
เสียงเหมือนไม้เก่าๆ หรือกระดูกแห้งๆ แตกละเอียดคาฝ่าเท้า เพียงเสี้ยววินาที สติของคุณบีดับวูบลงทันที เหมือนใครมากระชากวิญญาณออกจากร่าง!
รู้ตัวอีกที เธอนอนอยู่บนเตียงห้องพยาบาล ครูและเพื่อนๆ ยืนล้อมรอบด้วยสีหน้าหวาดผวา เพื่อนคนหนึ่งตัวสั่นเทา ร้องไห้ไม่หยุด เล่าว่าหลังจากบีล้มลงไป จู่ๆ ก็ลุกพรวดพราดขึ้นมา ตาขวางแข็งกร้าว รูม่านตาเบิกโพลงจนแทบไม่เห็นตาขาว แล้วพุ่งกระโจนเข้าไปบีบคอเพื่อนรักอย่างบ้าคลั่ง!
แรงบีบมหาศาลขนาดที่ผู้ชายยังดึงไม่ออก ปากที่เคยพูดจาอ่อนหวานกลับแสยะยิ้มแล้วกรีดร้องออกมาด้วยเสียงที่แหบพร่าเหมือนคนแก่… “กูจะฆ่ามึง! กูจะฆ่าพวกมึงทุกคน! กูจะเอามันไปอยู่ด้วย!”
ครูต้องรีบเอาพระเครื่องมาคล้องคอ ร่างนั้นถึงได้กรีดร้องโหยหวนแล้วสลบไป แต่เรื่องสยองมันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น…
พอกลับมาพักฟื้นที่บ้าน อาการของคุณบีไม่ได้ดีขึ้นเลย เธอกลายเป็นคนเหม่อลอย และเริ่มเห็น “แขกไม่ได้รับเชิญ” มายืนเฝ้าอยู่รอบบ้าน… มองไปที่เสาไฟฟ้าหน้าบ้าน… เห็นผู้ชายยืนซ่อนตัวอยู่หลังเสา ชะเง้อหน้าขาวซีดมองเข้ามา มองไปที่ประตูรั้ว… เห็นเด็กตัวเล็กๆ ผิวดำเกรียมยืนเกาะลูกกรง จ้องเธอเขม็ง มองไปที่ฝั่งตรงข้าม… เห็นผู้หญิงยืนนิ่งไม่ไหวติงเหมือนหุ่น
และที่น่ากลัวที่สุด… เมื่อเงยหน้ามองขึ้นไปบนหลังคาบ้านฝั่งตรงข้าม มี “ยายแก่” คนหนึ่ง ยืนตระหง่านอยู่บนยอดหลังคา! แกยืนจ้องลงมาที่คุณบีด้วยสายตาอาฆาตแค้นสุดขีด แล้วค่อยๆ ยกนิ้วชี้หน้า พร้อมกับขยับปากพะงาบๆ ว่า “กูจะเอาชีวิตมึง!”
วินาทีนั้นคุณบีกรีดร้องลั่นบ้าน สติหลุดกระเจิง พ่อแม่รีบเข้ามาดู แต่พอถอดพระเครื่องออกเพื่อจะเช็ดตัว อาการคลุ้มคลั่งก็กำเริบอีกครั้ง คราวนี้เสียงที่พูดออกมาไม่ได้มีแค่เสียงเดียว แต่สลับกันไปมาถึง 4 เสียง! เดี๋ยวเป็นเสียงเด็กร้องไห้ เดี๋ยวเป็นเสียงผู้ชายตะคอก เดี๋ยวเป็นเสียงยายแก่หัวเราะเย้ยหยัน มันคืออาการของคนถูกผีสิงทีเดียวถึง 4 ตน!
พ่อตัดสินใจกลับไปที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในโรงเรียน ขุดดินตรงจุดนั้นขึ้นมาดู แล้วก็ต้องผงะกับสิ่งที่เจอ… มันคือ “กล่องไม้เก่าคร่ำครึ” ที่ถูกพันธนาการด้วยสายสิญจน์เปื่อยๆ ห่อด้วยผ้าสีดำที่มีคราบของเหลวแห้งกรัง
เมื่อฝืนใจแกะออกดู สิ่งที่อยู่ในนั้นทำเอาคนเป็นพ่อแทบอาเจียน… ในกล่องอัดแน่นไปด้วย เศษเล็บมนุษย์ เส้นผมเป็นกระจุก ฟันคน และเศษหนังแห้งๆ ที่ชุ่มไปด้วยคราบเลือดดำๆ
หมอผีบอกว่า นี่คือ “คุณไสย 4 วิญญาณ” วิชาสายดำโบราณที่ทำจากวิญญาณผีตายโหง 4 ประเภท ทั้งคนถูกยิงตาย รถชนตาย ไฟคลอกตาย และตายด้วยอุบัติเหตุ คนทำจงใจฝังไว้เพื่อสาปแช่งโรงพยาบาลคู่แข่งในสมัยก่อน ให้ล่มจม ให้มีแต่ความวิบัติ และความตาย แต่โรงพยาบาลเจ๊งไปนานแล้ว ของอาถรรพ์นี้กลับยังคงทำงานอยู่ใต้ดิน รอคอยเหยื่อเคราะห์ร้ายที่ดวงตก… และคุณบีคือคนที่ไปปลุกมันขึ้นมา!
แม้สุดท้ายจะทำพิธีถอนของออกไปได้ แต่ชีวิตของคุณบีไม่มีวันเหมือนเดิม หมอผีทิ้งท้ายคำพูดที่ชวนขนลุกไว้ว่า จิตของคุณบีถูกเปิดออกจนกว้าง เปรียบเหมือน “รถยนต์ที่เสียบกุญแจคาไว้” ใครจะเดินมาเปิดประตูแล้วสตาร์ทรถออกไปเมื่อไหร่ก็ได้
นับจากวันนั้น คุณบีกลายเป็นคน “เห็นผี” ไปตลอดชีวิต มองไปทางไหนก็เจอแต่วิญญาณสัมภเวสี เดินปะปนกับผู้คนเป็นเรื่องปกติ… นี่คือราคาที่ต้องจ่าย ให้กับความบังเอิญที่ไปเหยียบโดน “ความแค้น” ที่ถูกฝังลืมไว้ใต้ผืนดินแห่งนั้น
ที่มา: เรื่องเล่าจากคุณชาติ ในรายการ คืนเผาผี Ghost Night

