เคยได้ยินคำโบราณไหมครับที่เขาว่า “ที่วัดที่วา อย่าไปนอนขวางทางผี”… แต่ถ้าความจำเป็นบังคับให้ต้องไปนอน “กินอยู่กับผี” เป็นเดือนๆ ล่ะ คุณจะทำยังไง?
เรื่องนี้เกิดขึ้นกับครอบครัวของ “น้องโบว์” เมื่อ 10 ปีก่อนครับ บ้านน้องเขาทำรับเหมาก่อสร้าง วันนั้นคุณตารับงานใหญ่ได้ เป็นงานบูรณะ “ศาลาการเปรียญ” ของวัดดังแห่งหนึ่งในภาคกลาง กะว่างานนี้หมูๆ แค่เดือนเดียวก็จบ รับเงินก้อนโตกลับบ้าน… แต่หารู้ไม่ว่า นั่นคือจุดเริ่มต้นของเดือนที่หลอนที่สุดในชีวิต!

เขตหวงห้าม… คนเป็นอย่าล้ำเส้น
พอรถกระบะเลี้ยวเข้าวัด บรรยากาศมันเปลี่ยนเหมือนหลุดไปอีกมิติเลยครับ วัดนี้แบ่งเขตชัดเจน ฝั่งขวาเป็นเขตพระ เขตคน มีร้านค้าคึกคัก แต่ฝั่งซ้ายที่ต้องไปทำงาน… เงียบกริบ มีแค่สแลนสีเขียวกั้นไว้ราวกับปิดตาย ข้างในนั้นมีศาลาไม้เก่าคร่ำครึตั้งตระหง่านอยู่ และที่พีคคือ… มันตั้งอยู่ติดกับ “เมรุเผาศพ” ชนิดที่ว่ามีแค่ห้องน้ำคั่นกลาง!
ครอบครัวน้องโบว์ 7 ชีวิต ตัดสินใจกางมุ้งนอนบนแคร่ไม้ไผ่หน้าศาลา อาศัยแค่แสงไฟสลัวๆ จากห้องน้ำส่องทาง คิดดูสิครับ นอนกลางลานวัด ลมพัดใบไม้ไหว หมาหอนรับกันเป็นทอดๆ… บรรยากาศโคตรเป็นใจ
ลางบอกเหตุ… เงินก็ไม่เอา
วันแรก ยายกับโบว์ออกไปจ่ายตลาด ขากลับเรียกรถสามล้อถีบ พอคนขับรู้ว่าจะไปวัดนี้เท่านั้นแหละ มองหน้ากันเลิ่ลกั่ก เกี่ยงกันไปมา สุดท้ายมีลุงคนหนึ่งยอมไปส่ง แต่พอถึงแค่หน้าซุ้มประตูวัด ลุงแกเบรกเอี๊ยด! รีบบอกให้ลง แล้วปั่นหนีแน่บไปเลย “เงินสักบาทก็ไม่เก็บ” เหมือนแกกลัวอะไรบางอย่างจนไม่อยากอยู่นานแม้แต่วินาทีเดียว
เพื่อนร่วมนอน… ในโลงไม้สัก
เช้าวันรุ่งขึ้น โบว์เดินสำรวจศาลา สายตาไปสะดุดกับ “โลงไม้แกะสลัก” ใบใหญ่ ตั้งวางอยู่มุมศาลา… ตรงกับหัวนอนของโบว์เป๊ะๆ! มีรูปพระภิกษุชราหน้าตาดุๆ ติดอยู่ จังหวะนั้นมีพระวัยรุ่นเดินผ่านมา บอกหน้าตาเฉยว่า “อ๋อ… โลงเจ้าอาวาสองค์ก่อน ท่านสั่งให้เก็บไว้ที่นี่เพื่อปกปักรักษาวัด”
ฟังดูศักดิ์สิทธิ์นะ… แต่ทำไมขนแขนผมสแตนด์อัพก็ไม่รู้
เงาปริศนา… แย่งกินกุ้งเผา
คืนนั้น ยายซื้อกุ้งเผามาเลี้ยงลูกหลาน กินไม่หมดเลยวางไว้ปลายเท้าของโบว์ ตกกลางดึก ยายสะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเสียง… “แจ๊บ… แจ๊บ… แจ๊บ…” เสียงเหมือนคนเคี้ยวอะไรกรอบๆ ดังมาจากปลายเท้า! พอยายหรี่ตามองฝ่าความมืด ก็เห็น “เงาดำทมึน” รูปร่างเหมือนคน กำลังก้มหน้าก้มตากินกุ้งอย่างตะกละตะกลาม!
ยายใจกล้า ตะคอกไล่ “เฮ้ย! ใครวะ!” แทนที่มันจะตกใจวิ่งหนี… เงานั้นกลับค่อยๆ “สลายกลายเป็นควัน” ลอยหายวับไปในอากาศต่อหน้าต่อตา!
มหกรรมหลอน… จัดเต็มทุกรูปแบบ
หลังจากคืนนั้น ความสยองก็ดาหน้าเข้ามาไม่พักครับ:
- ผีอำหมู่: คืนต่อมา แม่ของโบว์นอนดิ้นทุรนทุราย ร้องเสียงอู้อี้ในลำคอ ทุกคนตื่นมาเห็นภาพเดียวกัน… เงาดำรูปร่างเหมือนคน นั่งยองๆ ขย่มอยู่บนตัวแม่ หัวของมันทะลุมุ้งขึ้นมา จ้องมองทุกคนด้วยสายตาว่างเปล่า!
- ยายแก่เล่นไฟ: คืนหนึ่งไฟห้องน้ำติดๆ ดับๆ โบว์เดินไปดู เห็น “หญิงแก่ผมขาวโพลน” หลังค่อม ยืนกดสวิตช์ไฟเล่น “ป๊อก…แป๊ก… ป๊อก…แป๊ก…” พอแกค่อยๆ หันหน้ามา… ตาข้างหนึ่งถลนออกมานอกเบ้า ปากฉีกกว้างจนเห็นฟันดำ ลิ้นห้อยยาวลากพื้น! พร้อมเสียงหัวเราะแหลมสูงบาดหู
จุดพีค… “ขา” ใครยาวจัง?
ความพีคที่สุดมันอยู่ที่คืนหนึ่ง ยายปวดฉี่กลางดึก ไม่กล้าไปห้องน้ำเลยแอบไปนั่งหลังต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆ ศาลา ระหว่างที่กำลังทำธุระ… เสียงกระแอมไอก็ดังมาจากในศาลา “อะแฮ่ม!”
ยายตกใจ เงยหน้ามอง “ต้นไม้” ที่ตัวเองใช้อิงแอบ… พระเจ้าช่วย! นั่นไม่ใช่ต้นไม้… แต่มันคือ “ขาของเปรต”! ขาใหญ่ยักษ์ ดำตะตะกุย สูงเสียดฟ้า เจ้าของขานั้นกำลังก้มหน้าลงมามองยายที่กำลังถลกผ้าถุงฉี่อยู่!
ความจริงในโลงศพ… กูสั่งห้ามเผา!
ทนไม่ไหวแล้วครับ! เช้าวันรุ่งขึ้น คุณลุงตัดสินใจเดินไปที่โลงศพเจ้าอาวาส แง้มฝาโลงดูให้รู้ดำรู้แดง… ภาพที่เห็นคือ “ร่างแห้งกรังของเจ้าอาวาส” นอนสงบนิ่งอยู่ในจีวรเก่าๆ… ท่านยังไม่ถูกเผา! และนอนเฝ้าพวกเขาทุกคืน!
ความจริงทั้งหมดถูกเฉลยโดยเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน ท่านเล่าเสียงเรียบๆ ว่า… “ท่านสั่งเสียไว้ก่อนมรณภาพ… ห้ามเผาศพกู จนกว่าศาลาจะสร้างเสร็จ!“
แต่ประเด็นคือ… ที่ผ่านมาไม่เคยมีช่างชุดไหนอยู่ทำจนจบได้เลย! เจอดีกันกระเจิงทุกราย ส่วนพระวัยรุ่นที่โบว์เห็นตอนแรก… พระในวัดยืนยันว่า “วัดนี้ไม่มีพระหน้าตาแบบนั้น”
สุดท้าย… ครอบครัวน้องโบว์ทำยังไงรู้ไหมครับ? โกยสิครับรออะไร! ทิ้งงาน ทิ้งเงิน หนีออกมาทันที ปล่อยให้ศาลาแห่งนั้นตั้งตระหง่าน “สร้างไม่เสร็จ” ต่อไป รอคอยเหยื่อรายใหม่ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่… มานอนเฝ้าโลงศพแทนพวกเขา
เป็นไงล่ะครับ… คืนนี้ก่อนนอน ลองมองไปที่หัวนอนดูดีๆ นะครับ ว่ามีใครมานั่งเฝ้าคุณอยู่หรือเปล่า?
ที่มา: เรียบเรียงจากเรื่องเล่า สร้างไม่เสร็จ • คุณบอม

