เคยสังเกตไหมครับ… เวลาเราเดินเข้าร้านสะดวกซื้อตอนตี 2 ตี 3 บรรยากาศมันจะต่างกับตอนกลางวันลิบลับ แอร์ที่เย็นจนหนาวสะท้าน เสียงตู้แช่ที่ดังหึ่มๆ และเสียงประตูอัตโนมัติที่ชอบเปิดเองทั้งที่ไม่มีคน… คุณแน่ใจเหรอครับว่ามันเป็นแค่ “เซ็นเซอร์เสีย”?

เรื่องนี้เป็นประสบการณ์จริงของน้องคนหนึ่งชื่อ “นนท์” เด็กจบใหม่ที่เพิ่งได้งานพาร์ทไทม์กะดึกที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง สาขานี้ทำเลมันแปลกครับ ตั้งอยู่ตรงทางโค้งหักศอกท้ายซอยเปลี่ยว ข้างหลังเป็นป่า ข้างหน้าเป็นถนนไฟติดๆ ดับๆ
วันแรกที่เริ่มงาน “พี่เอก” หัวหน้ากะดึกสอนงานทุกอย่างปกติ จนกระทั่งตี 1 แกทำหน้าเครียดแล้วบอกกฎเหล็กข้อเดียวให้นนท์จำให้ขึ้นใจ แกบอกว่า “นนท์ ถ้าเอ็งได้ยินเสียงประตูเปิด แต่หันไปไม่เจอใคร ให้ยกมือไหว้แล้วตะโกนดังๆ ว่า เชิญครับ… ห้ามเงียบ ห้ามทำเป็นไม่สนใจเด็ดขาด!”
ตอนแรกนนท์ก็ขำ คิดว่าพี่เขารับน้อง แต่คืนแรกก็เจอดีเลยครับ ช่วงตี 2 ฝนตกหนัก ประตูเลื่อนเปิดเอง นนท์นึกว่าลมพัดเลยเงียบกริบ… ทันใดนั้น ปัง!! เสียงทุบกระจกหน้าร้านดังสนั่นจนนนท์สะดุ้ง พี่เอกหน้าตื่นวิ่งออกมาขอขมาแทบไม่ทัน คืนนั้นบรรยากาศในร้านมันอึดอัดเหมือนมีคนมายืนหายใจรดต้นคอตลอดเวลา
นนท์เริ่มชินกับกฎนี้ จนกระทั่งคืนวันพระใหญ่… คืนนั้นพี่เอกป่วย นนท์ต้องอยู่กะกับ “ส้ม” พนักงานสาวอีกคน จังหวะที่ส้มเข้าไปจัดของหลังร้าน เวลา ตี 3 เป๊ะ ประตูก็เลื่อนเปิด
“เชิญครับ!” นนท์รีบตะโกนสวนไป แต่รอบนี้… มีคนเดินเข้ามาจริงๆ ครับ
เป็นผู้ชายตัวสูงใหญ่ ใส่ชุดกันฝนสีดำสนิท สวมหมวกกันน็อคเต็มใบปิดหน้ามิดชิด น้ำฝนหยดติ๋งๆ เป็นทางยาว เขาเดินมาหยุดหน้าเคาน์เตอร์ ชี้มือไปที่เชลฟ์บุหรี่ แล้วส่งเสียงสั่ง… เสียงมันแหบพร่าเหมือน “คนหลอดลมขาด” ฟังแทบไม่ได้ศัพท์
นนท์รีบหยิบของ รับเงิน แล้วทอนไป พอชายคนนั้นเดินออกไป ส้มก็เดินออกมาทัก “ลูกค้าไปแล้วเหรอ?” นนท์หันกลับมาจะถูพื้น เพราะเมื่อกี้ลูกค้าตัวเปียกโชก แต่ภาพที่เห็นทำเอานนท์เข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น… พื้นร้านแห้งสนิท! ไม่มีรอยน้ำสักหยด ไม่มีรอยเท้า และพอหันไปดูเงินบนเคาน์เตอร์… แบงก์ร้อยที่รับมาเมื่อกี้ กลายเป็น “ใบไม้แห้งกับก้อนดินเหนียว”
นนท์สติแตกโทรหาพี่เอกทันที ปลายสายตะโกนเสียงหลง “นนท์! ทิ้งเคาน์เตอร์เดี๋ยวนี้ ไปหลบหลังร้านกับส้ม ล็อคประตู แล้วจำไว้… ห้ามมองจอ CCTV เด็ดขาด!“
แต่คนเรายิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ นนท์เผลอเงยหน้ามองจอมอนิเตอร์ขาวดำเหนือหัว… ในจอ… ชายชุดกันฝนคนนั้นยังยืนอยู่ที่เดิม! ตรงหน้าเคาน์เตอร์ที่นนท์เพิ่งหนีมา เขากำลังค่อยๆ ถอดหมวกกันน็อคออก… แต่สิ่งที่ติดมือออกมา มันไม่ใช่แค่หมวก แต่มันคือ “หัว” ของเขาที่หลุดติดออกมาด้วย!
ร่างไร้หัวนั้นค่อยๆ ปีนข้ามเคาน์เตอร์ มุ่งหน้ามาทางหลังร้านที่นนท์กับส้มซ่อนตัวอยู่! พร้อมเสียงตะโกนด่าทอดังลั่นร้าน “กูบอกให้เชิญไง!!”
นนท์กับส้มนั่งกอดกันร้องไห้จนเช้าคาห้องสต๊อก… พอเช้าพี่เอกมาถึง แกเปิดกล้องวงจรปิดย้อนหลังให้ดู แล้วเล่าความจริงว่า เมื่อ 3 ปีก่อน ตรงโค้งหน้าร้านเคยมีบิ๊กไบค์แหกโค้งตอนตี 3 คอขาดตายคาที่ วิญญาณแกยังวนเวียนพยายามจะเข้ามาในร้านเพื่อขอความช่วยเหลือ
แต่สิ่งที่หลอนที่สุด ไม่ใช่ภาพผีหัวขาดปีนเคาน์เตอร์… พี่เอกย้อนคลิปไปตอนที่นนท์ยืนขายของให้ความว่างเปล่า ในเงาสะท้อนกระจกตู้บุหรี่… มีเงาผู้ชายยืนซ้อนหลังนนท์อยู่ ใบหน้าของเงานั้นแนบชิดติดกับใบหูของนนท์ แทบจะเป็นแก้มชนแก้ม
พี่เอกถามคำถามสุดท้ายที่ทำให้นนท์ลาออกทันที… “คืนนั้นเอ็งบอกว่าได้ยินเสียงมันสั่งของใช่มั้ย… เอ็งแน่ใจเหรอว่าเสียงมันมาจากหน้าเคาน์เตอร์… หรือจริงๆ แล้ว เสียงมันดังมาจากข้างหูเอ็งกันแน่?“
เป็นยังไงบ้างครับ… คืนนี้ถ้าหิวแล้วต้องแวะเซเว่นฯ แล้วประตูเปิดเอง… อย่าลืมพูดว่า “เชิญครับ” ดังๆ นะครับ กันไว้ดีกว่าแก้…
ที่มา: เรียบเรียงจากเรื่องเล่า สตอรี่ผี | กะดึก..ในร้านสะดวกซื้อ

