คุณเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ไหม? จองโรงแรม จ่ายเงินเรียบร้อย แต่พอไปถึงตอนดึก เจ้าของกลับบอกหน้าตาเฉยว่า “ห้องเต็ม ปล่อยให้คนอื่นไปแล้ว”… เรื่องราวนี้เกิดขึ้นกับคุณแคทและครอบครัว ที่ต้องจำใจไปนอนใน “ที่พักสำรอง” ซึ่งเจ้าของโรงแรมจัดหาให้ โดยที่ไม่รู้เลยว่า นั่นคือห้องที่เขาไม่ได้จัดไว้ให้ “คนเป็น” นอน

เรื่องมันเริ่มขึ้นในช่วงเทศกาลงานบุญใหญ่ทางภาคใต้ คุณแคทพาครอบครัวขับรถล่องใต้กะว่าจะไปเที่ยวแบบชิลล์ๆ ค่ำไหนนอนนั่น แต่ดันแจ็คพอตแตกเพราะโรงแรมเต็มเกือบทั้งจังหวัด ด้วยความที่ดึกมากแล้ว เธอจึงกดจองโรงแรมแห่งหนึ่งผ่านแอปฯ ชื่อสมมติว่า “The Ghost Hotel”
กว่าจะฝ่ารถติดไปถึงก็ปาเข้าไป 4 ทุ่ม แต่พอไปเช็คอิน “เจ๊” เจ้าของโรงแรมกลับบอกว่า “นึกว่าจะไม่มาแล้ว เลยขายห้องไปแล้ว” คุณแคทกับสามีโกรธมาก เพราะจ่ายเงินตัดบัตรไปแล้วเรียบร้อย เถียงกันอยู่นาน สุดท้ายเจ๊แกก็ยื่นข้อเสนอมาว่า
“เดี๋ยวคืนเงินให้ครบ แล้วจะให้ไปนอนฟรีที่รีสอร์ทในเครือ เป็นของญาติกัน อยู่ไม่ไกล”
ด้วยความเหนื่อยและสงสารลูกๆ ที่ง่วงเต็มที ทั้งคู่เลยจำใจยอมรับข้อเสนอ แล้วขับรถตามมอเตอร์ไซค์พนักงานลัดเลาะเข้าซอยเปลี่ยวลึกเข้าไปอีก 15 นาที จนไปเจอกับตึกแถว 4 ชั้นสภาพเก่าทรุดโทรมที่เงียบสงัด… ไม่มีรถจอดแม้แต่คันเดียว
บรรยากาศที่นั่นมันวังเวงจนขนลุก มีแค่ “ลุงเฝ้าตึกขี้เมา” เดินถือสเปรย์ดับกลิ่นออกมาต้อนรับ แกยื่นกุญแจให้ 2 ดอก คือห้อง 103 และ 104 พร้อมกำชับด้วยน้ำเสียงแปลกๆ ว่า “มีนอนแค่ 2 ห้องนี้นะ มีอะไรก็มาเรียก”
คุณแคทกับสามีนอนห้อง 103 ส่วนลูกๆ นอนห้อง 104 พอเปิดประตูเข้าไปก็เจอการตกแต่งที่ชวนอึดอัด เฟอร์นิเจอร์ดูไม่เข้าชุดกัน ผ้าม่านสีแดงตัดกับโซฟาสีเขียว เหมือนเอาของเหลือๆ มายัดไว้รวมกัน แต่ด้วยความเพลีย ทุกคนก็รีบอาบน้ำเข้านอน
ความสยองเริ่มทำงานทันทีที่หัวถึงหมอน…
ขณะที่กำลังเคลิ้มหลับ คุณแคทรู้สึกหนักอึ้งที่หัวไหล่ เหมือนสามีนอนซบอยู่ตลอดเวลา แต่พอเธอลืมตาหันไปมอง กลับพบว่าสามีนอนตะแคงหันหลังให้อยู่ริมเตียงอีกฝั่ง! แล้วน้ำหนักที่กดทับไหล่เธออยู่… คือใคร?
ยังไม่ทันหายสงสัย เสียงปริศนาก็ดังขึ้นจากความมืด “แกรก… แกรก… แกรก…” เสียงเหมือนมีคนเอาเล็บ หรือของมีคม ขูดไปกับเพดานปูนเหนือหัวเตียง เสียงมันดังชัดเจนและต่อเนื่องจนน่ารำคาญ คุณแคทปลุกสามีถามว่าได้ยินไหม สามีตอบรับในลำคอสั้นๆ แล้วบอกให้นอนต่อ เธอจึงพยายามข่มตานอนทั้งที่เสียงนั้นยังดังอยู่ทั้งคืน
เช้าวันรุ่งขึ้น ความจริงที่น่าขนลุกก็ถูกเปิดเผย… สามีคุณแคทสารภาพว่า “เมื่อคืนเขาไม่ได้นอนเลย” เขาบอกว่าตั้งแต่ตอนหัวค่ำ เขาเห็น “เงาผู้ชาย” ชะโงกหน้ามามองคุณแคท พอเขาหันหนี เงาร่างนั้นก็กระโดดขึ้นไป “นั่งห้อยขาอยู่บนตู้เสื้อผ้า” แล้วเอามือขูดเพดานเล่น ก่อกวนตลอดทั้งคืน!
และที่พีคที่สุดคือช่วงตี 4 เขาหยิบมือถือมาดูเวลา แสงไฟจากหน้าจอส่องให้เห็นว่า “ไอ้ผู้ชายคนนั้น… มันลงมานั่งยองๆ จ้องหน้าเขาอยู่ข้างเตียง!” เขาทำได้แค่หลับตาปี๋ สวดมนต์ภาวนาจนเช้า
ไม่ใช่แค่พ่อแม่ที่เจอดี เพราะลูกๆ ที่นอนห้อง 104 ก็ไม่ได้หลับเหมือนกัน ลูกชายเล่าว่าได้ยินเสียงพ่อแม่ทะเลาะกันลั่นห้องทั้งคืน ทั้งที่ความจริงห้องพ่อแม่เงียบกริบ พอเด็กเดินออกมาดูหน้าห้อง ก็เห็น “พ่อยืนสูบบุหรี่พิงรถอยู่” (ซึ่งพ่อไม่ได้ออกมา) แต่พอลุงยามเห็นเด็ก ก็ตวาดเสียงแข็งว่า “อย่าทัก!”
แถมตอนเช้าก่อนกลับ ลูกสาวลืมของวิ่งกลับไปเอา ดันเหลือบไปเห็นประตูห้องเก็บของ (ห้อง 105) แง้มอยู่ มีผู้หญิงหน้าตาน่ากลัวชะโงกหน้าออกมาจ้องตา แล้วพูดใส่ว่า “อย่าเผือกนะมึง!”
ด้วยความโกรธปนความแค้นที่โดนหลอกให้มาเจอผี สามีคุณแคทเลยควักเงิน 500 ยัดใส่มือลุงเฝ้าตึกเพื่อคาดคั้นความจริง ลุงแกเลยยอมเปิดปากเล่าว่า…
ที่นี่เคยเป็นโรงแรมดัง แต่เมื่อ 20 ปีก่อนเกิดเหตุฆาตกรรมสยองขวัญจนเจ๊ง ปิดร้างไปนาน ส่วนห้อง 103 และ 104 ที่พวกคุณแคทนอนนั้น เคยเป็นที่พักส่วนตัวของ “ครอบครัวเจ๊เจ้าของโรงแรม” และมีญาติเสียชีวิตในห้อง 103 เจ๊แกทำใจไม่ได้ เลยสั่งให้คงสภาพห้องไว้เหมือนยังมีคนอยู่ เปิดไฟ เปิดน้ำ พร้อมใช้งานตลอดเวลา และทุกตรุษจีนแกจะมาไหว้ “ผีญาติ” ที่ห้องนี้
สรุปง่ายๆ คือ… เพราะห้องที่โรงแรมหลักเต็ม เจ๊แกเลยแก้ปัญหาด้วยการโยนลูกค้าให้มานอนใน “ศาลพระภูมิ” ที่แกเลี้ยงผีญาติเอาไว้นั่นเอง!
พอกลับไปเคลียร์กับเจ๊ แทนที่จะสำนึกผิด เจ๊กลับทำหน้าตายแล้วพูดท้าทายไล่หลังว่า “อยากไปโพสต์ด่าที่ไหนก็เชิญ… เรื่องผีแบบนี้ ไม่มีใครเขาเชื่อพวกเธอหรอก”
แล้วคุณล่ะครับ… ถ้าคืนนี้โรงแรมที่คุณจองบอกว่าห้องเต็ม แล้วเสนอห้องพักลึกลับในตึกเก่าให้คุณไปนอนฟรี… คุณจะกล้าไปนอนไหม?
ขอขอบคุณเรื่องสยองขวัญจาก TheghostradioOfficial

