ลูกค้ากะดึกที่ทางสามแพร่ง : เมื่อไส้กรอกอีสาน… กลายเป็นเครื่องเซ่นวิญญาณ

คุณเคยสังเกตไหมครับ เวลาขับรถผ่านทางเปลี่ยวๆ มืดๆ แล้วเห็นเงาคนยืนอยู่ข้างทาง เคยสงสัยไหมว่า… เขามารอรถ หรือเขามารอ “ตัวตายตัวแทน”

ลูกค้ากะดึกที่ทางสามแพร่ง

เรื่องนี้เกิดขึ้นกับ “ลุงหมาย” แกเป็นคนขายไส้กรอกอีสานรถพ่วงข้าง ชาวร้อยเอ็ดที่เข้ามาสู้ชีวิตในกรุงเทพฯ ปกติแกจะขายหมดเกลี้ยงทุกวัน แต่วันเกิดเหตุมันดันเป็นคืนวันศุกร์สิ้นเดือนที่ฝนเทลงมาอย่างกับฟ้ารั่ว

คืนนั้นฝนตกหนักจนน้ำท่วมขัง ลูกค้าหายหมดเกลี้ยง ลุงหมายนั่งมองไส้กรอกเต็มตู้ด้วยความกลุ้มใจ เพราะเงินค่าเทอมลูกงวดสุดท้ายรออยู่ จะกลับบ้านมือเปล่าก็ไม่ได้ พอฝนซาตอน 5 ทุ่ม แกเลยตัดสินใจวัดดวง… “ไปทางลัดหลังนิคมฯ ดีกว่า เผื่อเจอพวกคนงานก่อสร้าง”

ทางลัดที่ว่านี้ มันเป็นถนนลูกรังตัดผ่านทุ่งหญ้ารกทึบ เชื่อมระหว่างนิคมเก่ากับหมู่บ้านร้าง สองข้างทางไม่มีไฟสักดวง มีแต่ซากตึกปูนเปลือยตั้งตระหง่านเหมือนอนุสรณ์สถานความล้มเหลว บรรยากาศวังเวงจนได้ยินเสียงลมหายใจตัวเอง

ลุงหมายขี่รถฝ่าความมืดเข้าไป ไฟหน้ารถสีเหลืองนวลสาดส่องไปตามหลุมบ่อ จนกระทั่งมาถึง “ทางสามแพร่ง” ที่มีต้นก้ามปูใหญ่แผ่กิ่งก้านปกคลุมจนมืดมิด… แสงไฟรถแกสาดไปกระทบกับกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง

“เจอแล้วลูกค้า!” ลุงหมายดีใจเนื้อเต้น รีบเบรกรถจนตัวโก่ง

ภาพตรงหน้าคือคน 5 คน เป็นชาย 4 หญิง 1 ยืนเรียงหน้ากระดานนิ่งสนิทเหมือนหุ่นปั้น เสื้อผ้ามอมแมมเหมือนคนงานก่อสร้าง ลุงหมายไม่รอช้า รีบตะโกนทักทาย “ไส้กรอกมั้ยครับ! ร้อนๆ เลย มีทั้งหมูทั้งวุ้นเส้น!”

แต่สิ่งที่ตอบกลับมาคือความเงียบ… เงียบจนน่าอึดอัด ทั้ง 5 คนมีใบหน้าซีดเผือดจนออกเขียวคล้ำ ดวงตาลึกโหลว่างเปล่า จ้องมองทะลุตัวแกไปข้างหลัง ชายคนหัวแถวยื่นมือผอมเกร็งชูขึ้นมา 5 นิ้ว… สั่ง 5 ไม้

ระหว่างที่ลุงหมายคีบไส้กรอกลงเตา เสียงฉ่าของน้ำมันหมูหยดลงถ่าน พร้อมกลิ่นหอมฟุ้งกระจาย ปกติกลิ่นนี้ต้องเรียกน้ำย่อย แต่คืนนี้… กลิ่นไส้กรอกมันกลับปนไปกับ “กลิ่นเหม็นสาบสาง” เหมือนซากสัตว์เน่าที่ลอยมาตามลม

ลุงหมายเริ่มใจคอไม่ดี โดยเฉพาะตอนที่หันไปสบตากับผู้หญิงคนเดียวในกลุ่ม ผมเธอกระเซอะกระเซิงปิดหน้า แต่สายตาเธอกลับจ้องเขม็งไปที่ “พระหลวงปู่ทวด” ที่คอลุงหมาย ตัวเธอสั่นเทาและพึมพำอะไรบางอย่างที่ไม่มีเสียง

“ได้แล้วครับ 50 บาท” ลุงหมายรีบยื่นถุงให้ ชายคนนั้นล้วงมือมารับ จังหวะที่ปลายนิ้วสัมผัสกัน ลุงหมายสะดุ้งเฮือก! เพราะมือของลูกค้าคนนั้น “เย็นเฉียบเหมือนน้ำแข็ง” ไร้ซึ่งไออุ่นของสิ่งมีชีวิต เขาล้วงเหรียญเก่าๆ เกรอะกรังด้วยคราบดินออกมาจ่าย ลุงหมายรับเงินแล้วรีบโยนลงกระป๋อง ก่อนจะรีบสตาร์ทรถหนี

แชะ… แชะ… รถคู่ใจดันงอแงสตาร์ทไม่ติดซะอย่างนั้น!

วินาทีนั้น ความกลัวแล่นพล่านไปทั่วร่าง ลุงหมายค่อยๆ เหลือบตามองกระจกข้าง แล้วภาพที่เห็นก็ทำเอาแกแทบช็อกตายคาที่…

ลูกค้ากลุ่มนั้นไม่ได้ยืนกินดีๆ แต่พวกเขากำลังแย่งกัน “ฉีกทึ้งไส้กรอกยัดเข้าปาก” อย่างตะกละตะกลาม ปากอ้ากว้างจนผิดรูปเห็นฟันดำมืด และเมื่อแสงไฟหน้ารถกระพริบวูบหนึ่ง ลุงหมายมองต่ำลงไปที่พื้น… “พวกเขาไม่มีเท้า!” ขาท่อนล่างของทุกคนจางหายไปในความมืดเหนือยอดหญ้า!

“ช่วยด้วย…” เสียงเย็นยะเยือกดังเข้ามาในหัว หญิงสาวคนนั้นบิดตัวผิดรูป ทิ้งตัวลงคลานสี่ขาพุ่งตรงมาที่รถ!

“ว้าก!!” ลุงหมายร้องลั่น รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายกระทืบคันสตาร์ท บรึ้ม! เครื่องยนต์ติดเหมือนปาฏิหาริย์ แกบิดหมดปลอกชนิดล้อหน้ายก ข้าวของในตู้กระจกกระเด้งกระดอน ฝ่าความมืดออกมาโดยมีเสียงหวีดร้องโหยหวนไล่หลังมาติดๆ

พอมารถถึงหน้าปั๊มน้ำมันที่มีแสงไฟ ลุงหมายทิ้งรถลงไปนั่งกองกับพื้น ตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า พอตั้งสติได้ แกนึกขึ้นได้เรื่องเงินที่รับมา… แกค่อยๆ เอื้อมมือไปเปิดกระป๋องสแตนเลส เทเงินออกมาดู

ท่ามกลางเหรียญบาทเหรียญห้าของลูกค้าคนก่อนหน้า… ไม่มีเหรียญสิบแม้แต่เหรียญเดียว สิ่งที่นอนนิ่งอยู่ก้นกระป๋อง มีเพียง “ก้อนดินเหนียวปั้นกลมๆ และใบไม้แห้งที่มีรอยไหม้ 5 ใบ”

มารู้ความจริงทีหลังว่า ตรง ทางสามแพร่ง ต้นก้ามปูนั้น… เดือนก่อนมีรถกระบะขนคนงานก่อสร้างพลิกคว่ำ ตายคาที่ 5 ศพ… จำนวนเท่ากับลูกค้าคืนนั้นเป๊ะๆ

นับตั้งแต่วันนั้น ลุงหมายไม่เคยขับรถเฉียดไปแถวนั้นอีกเลย และยอมเลิกขายของตอนดึก เพราะแกยังจำภาพปากที่อ้ากว้างกัดกินไส้กรอก และกลิ่นสาบสางในคืนนั้นได้ไม่มีวันลืม…

ขอขอบคุณต้นเรื่องจาก เพื่อนเล่าเรื่องผี Buddy Ghost Story

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top